'เป็น'อยู่ สำคัญกว่า 'มี'อยู่
ความคิดเรื่องบาปบุญแบบไทยๆ มีนัยยะประหนึ่งว่า บาปบุญสามารถหักล้างกันได้ คิดง่ายๆเหมือนการสะสมแต้มความดี ถ้าลักขโมยติดลบยี่สิบ ถ้าบริจาคเงินให้คนจน บวกห้าสิบ สุทธิแล้วเหลือบวกสามสิบ อย่างนี้เป็นต้น มองเผินๆน่าจะเป็นแรงจูงใจที่ดีให้คนสะสมแต้มความดี โดยมีของสมนาคุณเรื่องนรกสวรรค์และชาติภพหน้าเป็นตัวล่อ เพียงแต่เราไม่รู้แน่ชัดว่า แต้มนั้นเขานับวัดกันยังไง ต้องได้แต้มแค่ไหนถึงจะได้เป็นนางฟ้าบนสวรรค์ และหากมองลึกลงไปแล้ว ความคิดแบบไทยๆนี้มีข้อบกพร่องที่อันตราย เพราะ เท่ากับอนุญาตให้คนสามารถทำบาปได้เพื่อนคนหนึ่ง บอกฉันว่า เขาจะไม่จ่ายเงินหลังจากประมูลของชิ้นหนึ่งได้จากอีเบย์ โดยให้เหตุผลว่า เจ้าของสินค้าเอาของที่มีชิ้นส่วนไม่ครบมาขาย ฉันบอกเขาว่า จริงๆแล้วผู้ขายไม่ได้ผิดอะไรเพราะได้เขียนแจ้งไว้ชัดเจนแล้ว ฉันแนะนำว่าให้ลองเขียนเมลล์ไปคุยกับเจ้าของสินค้าดู และยอมรับผิดชอบค่าธรรมเนียมที่ผู้ขายต้องจ่ายให้อีเบย์ แต่ถ้าผู้ขายไม่ยินยอม เขาก็ควรจ่ายตามราคาที่ได้ประมูลไว้ เขาตอบฉันกลับว่า คราวนี้เขาขอเป็นคนไม่ดีก็แล้วกัน ฉันงงเล็กน้อยกับคำตอบที่ได้รับ และตอบกลับว่า ถ้าคิดจะเป็นคนดี ก็ทำดีตั้งแต่คราวนี้เถอะ ฉันไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วเขาตัดสินใจเช่นไร รู้แต่เพียงว่า คำเตือนในวันนั้นเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันมีให้เพื่อนคนนี้ เพราะหลังจากนั้น เพื่อนก็ไม่มาปรึกษาอะไรฉันอีกเลย
คนรู้จักคนหนึ่งบอกฉันว่า เขาจะเข้าวัด ไปนั่งสมาธิ และทำบุญเยอะหน่อย เพราะช่วงที่ผ่านมา เขาได้ทำบาปโดยทำร้ายความรู้สึกและคิดไม่ดีกับรุ่นพี่คนหนึ่ง บาปบุญมันชะล้างกันได้ง่ายขนาดนี้เลยหรือ ฉันคิด
หญิงไทยคนหนึ่งเขียนกระทู้ในเว็บบอร์ดหนึ่ง ปรึกษาเรื่องการจ้างฝรั่งแต่งงาน เพื่อให้ได้สิทธิในการเข้าไปอยู่ประเทศนั้น ฉันตอบกลับว่า การจ้างแต่งงานนั้นผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรทำ ฉันบอกอีกว่า เมื่อประตูนี้เข้าไม่ได้ก็ปิดตายซะ แต่ใช่ว่าจะไม่มีประตูอื่นๆอีก แน่นอนคำตอบฉันไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากได้ยิน เขาพิมพ์ตอบกลับว่า เขารู้ว่ามันผิด แต่ก็คิดว่ามันไม่ได้ผิดมาก และถ้าทำ (ผิด) แล้ว เขาได้ในสิ่งที่ต้องการ คือ เข้ามาอยู่ มาเรียน และทำงานในประเทศนั้นได้ ก็คุ้มค่าที่จะทำ (ผิด) ฉันอยากจะบอกเขาเหลือเกินว่า หลายครั้งชีวิตมันจะง่ายขึ้นเยอะเลย เพียงแค่เราปฎิบัติตามกฎระเบียบ และความเป็นอยู่ที่ (อาจจะ) ดีขึ้นเมื่อได้เข้าไปอยู่ในประเทศนั้น มันไม่สำคัญเท่ากับการกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จนั้นหรอก
ปู่เย็น เฒ่าทรนงจากรายการคนค้นคน ไม่ได้ร่ำรวยหรือประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่เพราะความเป็นปู่เย็นที่ไม่เบียดเบียนคนอื่น รู้จักพอ และสู้ชีวิต ที่ทำให้ปู่น่านับถือและเอาเยี่ยงอย่าง เปรียบเทียบกับนายก ผู้ร่ำรวยล้นฟ้าและเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประเทศไทย แต่การได้มาซึ่งลาภยศที่ไม่สุจริตนั้น ไม่ควรค่าแก่การสรรเสริญสำหรับฉันเลย
พ่อคงภูมิใจที่เห็นฉันเป็นคนดีแต่ยากจน มากกว่าที่เห็นฉันรวยจากการโกงกิน
ในขณะที่บาปตรงข้ามกับบุญในศาสนาพุทธ แต่สำหรับคริสเตียนแล้ว บาปตรงข้ามกับความไม่บาป ความไม่มีมลทิน ไร้ตำหนิ นั่นคือ บาปคือสีดำ ไม่บาปคือสีขาว แต่ไม่มีบาปมาก บาปน้อย หรือสีเทา บาปจึงไม่สามารถทำให้น้อยลงได้ด้วยการทำความดี ชีวิตหลังความตายจึงไม่ใช่ลงนรกเพื่อไปใช้กรรมที่ก่อไว้ ใช้หมดแล้ว จึงได้ขึ้นสวรรค์ไปรับบุญที่ได้สะสมไว้ คริสเตียนเชื่อว่า ถ้าบาป ก็ตกนรกสถานเดียว ไม่มีช่องโหว่ให้กระทำบาปได้ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่
ทีนี้ก็เกิดคำถามสองคำถามว่า ถ้าเช่นนั้นคริสเตียนก็คงตกนรกหมด เพราะคริสเตียนไม่ต่างกับคนทั่วๆไปที่หลีกหนีการทำบาปไม่ได้ และถ้าไม่มีคำว่าบุญแล้ว มีเหตุจูงใจอะไรที่ทำให้คริสเตียนเป็นคนดี
คำถามแรกต้องตอบกันยาว ฉันคงมีโอกาสเขียนเรื่องนี้ในครั้งต่อๆไป วันนี้จะเขียนสั้นๆโดยยกตัวอย่างเปรียบเทียบพระเจ้าเหมือนพ่อที่รักเรา ท่านทำได้ทุกอย่างเพื่อช่วยลูกของท่าน เพียงแต่ขอให้ลูกเชื่อฟังท่านเท่านั้น ท่านพร้อมจะให้อภัยเสมอ ทั้งนี้ทั้งนั้น เรายังคงต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เราทำ แต่ตลอดเวลาจะมีพ่อเฝ้าดู สอนสั่ง และให้กำลังใจอยู่ และท้ายที่สุดแล้ว เราจะกลับไปอยู่กับท่าน ไม่ต้องไปอยู่ที่อื่น ไม่ต้องไปอยู่ในนรก ส่วนเหตุจูงใจที่ทำให้คริสเตียนทำดี ก็คือ ความรักที่เรามีต่อพระเจ้า เหมือนลูกที่รักพ่อแม่ ก็จะเป็นคนดี เคารพกฎ และปฎิบัติตามคำสั่งสอนของท่านอย่างเคร่งครัด
การทำความดีเพราะ "เป็น"คนดีนั้น แตกต่างจาก การทำดีเพื่อสะสมแต้มแลกของสมนาคุณ

3 Comments:
I have never thought about it this way before. : O
too long.
I like heisnowhere's better.
Post a Comment
<< Home