I believe
แม้ฉันจะเรียนโรงเรียนคริสต์มาตั้งแต่เด็ก (ประถมและมัธยมปลาย) ฉันกลับไม่เคยสนใจอะไรเกี่ยวกับศาสนาคริสต์ลึกซึ้งไปกว่าที่มีอยู่ในตำราเรียนเลย อาจจะเป็นเพราะ ถูกสอนมาว่า ทุกศาสนาสอนให้เป็นคนดีเหมือนกัน และคิดว่าศาสนาพุทธก็ดีอยู่แล้ว ป่วยการเปล่าที่จะไปรู้เรื่องศาสนาของฝรั่ง ยิ่งกว่านั้น ฉันยังรู้สึกรำคาญคริสเตียนที่มาประกาศชวนเชื่อเรื่องไร้สาระ ไม่ว่าจะเป็น พระเจ้าสร้างโลก อดัมกับอีฟ หรือเรื่องพระเยซูตายบนไม้กางเขน ฉันฟังแล้วเหมือนนิยายมากกว่าเรื่องจริง และสงสัยถึงเลศนัยแอบแฝงของการโฆษณาชวนเชื่อนี้ ฉันคิดเอาเองว่า การพาคนมาเชื่อคงเป็นการสร้างบุญของศาสนานี้กระมัง ฉันจึงมองคริสเตียนไม่ต่างจากพวกถูกมอมเมาให้งมงาย ยอมเป็นเบี้ยร่างรับใช้ผู้นำศาสนาที่บ้าอำนาจ เพราะ ถ้าศาสนาดีจริง ไม่เห็นต้องมาโฆษณามากเลย เดี๋ยวคนก็รู้จักเองเมื่อ 8 ปีก่อน ฉันได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ที่เป็นคริสเตียน 2 คนในเวลาไล่เลี่ยกัน คนหนึ่งเข้าเรียนในรุ่นก่อนหน้าฉัน 1 ปี ฉันรู้สึกว่า เขาแปลกกว่าใครๆที่เคยรู้จักมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นความคิดอ่านหรือการมองโลก เมื่อไรที่ได้พูดคุยกัน ฉันจะได้ฟังความคิดในมุมมองใหม่ๆ ความฉลาดหลักแหลมของเขา ทำให้ฉันชอบพูดคุยกับเขา แต่เราไม่เคยคุยกันเรื่องศาสนาคริสต์เลย
ส่วนเพื่อนอีกคนเป็นเหมือนพี่ชายที่อบอุ่น เราเรียนอยู่รุ่นเดียวกัน รุ่นหนึ่งมีนักศึกษาแค่สิบกว่าคน เราจึงสนิทกันหมด แถมบ้านฉันกับบ้านเขาก็อยู่ใกล้ๆกัน จึงได้ติดรถไปมาด้วยเสมอ วันหนึ่งเพื่อนคนนี้ชวนฉันไปโบสถ์ ฉันลังเลเล็กน้อย ใจหนึ่งก็คิดว่า ไม่อยากไปให้เสียเวลา ยังไงก็ไม่มีทางเปลี่ยนศาสนาแน่ๆ อีกใจหนึ่งก็เกรงใจ ไม่อยากปฏิเสธ และก็คิดว่าแค่ครั้งเดียวคงไม่เป็นไร ลองไปดูก็น่าจะดีเหมือนกัน ไปดูแค่ให้รู้ว่าเขาทำอะไรกันบ้าง
คงเป็นตอนนั้นหล่ะที่ฉันเริ่มเปิดใจที่จะศึกษาว่าคริสเตียนเชื่อและคิดอะไร ฉันศึกษาเพื่อเอาความรู้ เหมือนกับว่ามันเป็นวัฒนธรรมอื่นที่ฉันอยากจะเข้าใจ ไม่ได้คิดว่าจะเชื่อ เรียนรู้ไปเรื่อยๆ เก็บเล็กผสมน้อยแบบไม่ได้รีบเร่งอะไร มีคริสเตียนผ่านเข้ามาในชีวิตฉันพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่ฉันไปอยู่ที่นิวซีแลนด์หรือที่อเมริกา
ฉันค่อยๆพบว่า ฉันเข้าใจผิดในหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาของฝรั่ง แท้จริงแล้วมีต้นกำเนิดมาจากตะวันออกกลางซึ่งอยู่ในเอเชียด้วยซ้ำไป ฝรั่งเองก็ไปรับมาจากเขาอีกที ส่วนการที่คริสเตียนชอบพูดเรื่องพระเจ้าหรือพระเยซูให้คนอื่นฟังนั้น ฉันก็มองจากความคิดแคบๆและเอานิสัยเห็นแก่ตัวของฉันไปตัดสินคนอื่น ทั้งๆที่จริงๆแล้ว เขาทำด้วยความรักและหวังดี เหมือนกับว่า ถ้าเราไปเจออะไรดีๆ เราก็อยากจะบอกต่อ อยากแบ่งปันให้คนอื่น ก็เหมือนกับการฟอร์เวิร์ดอีเมล์นั่นหล่ะ
ตอนแรกฉันคิดว่า ความเชื่อของคริสเตียนขัดแย้งกับวิทยาศาสตร์ แต่จริงๆแล้วมีนักวิทยาศาสตร์หลายคนในมหาวิทยาลัยที่ฉันเรียนอยู่เป็นคริสเตียน พวกเขาเชื่อว่า สิ่งที่เขาศึกษาก็คือ สิ่งที่พระเจ้าสร้างขึ้นอย่างเป็นระบบระเบียบว่า มันทำงานยังไงและมีความสัมพันธ์กันอย่างไร นอกจากนั้น หลักฐานทางประวัติศาสตร์อื่นๆ เช่น เรื่องราวชนชาติอิสราเอลที่สามารถกลับมารวมเป็นชาติเดียวกันได้สำเร็จ ก็ตรงตามที่เขียนไว้ในไบเบิ้ล เป็นต้น
6 ปีหลังจากที่ฉันเริ่มเรียนรู้ ฉันถึงตัดสินใจเชื่อ การตัดสินใจนี้ยากมาก เพราะ ครอบครัวของฉันเป็นชาวพุทธ การจะปรับเปลี่ยนให้แตกต่างออกไปเป็นเรื่องยากมาก และฉันก็รักและห่วงความรู้สึกของพ่อแม่พี่น้องของฉันมากเช่นกัน และมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเข้าใจสิ่งต่างๆ แม้หลายคำถามที่ฉันสงสัยจะได้รับคำตอบ แต่ยังมีอีกหลายคำถามที่ฉันยังสงสัย และต้องเรียนรู้ต่อไป
คริสเตียนไม่ได้มีคำตอบให้กับคำถามทุกคำถาม และเรื่องบางเรื่องมนุษย์ก็อาจไม่มีวันจะเข้าใจมันเลยก็ได้ เพราะว่าพระเจ้ายิ่งใหญ่กว่ามนุษย์มากนัก เหมือนน้องหมาของฉันที่คงไม่มีวันเข้าใจความคิดของฉันทั้งหมด
แต่หลายครั้ง มนุษย์ก็มักจะเข้าใจและตัดสินอะไรจากมุมมองแบบมนุษย์ๆ ซึ่งอาจจะผิดเพี้ยนจากสิ่งที่พระเจ้าทรงเป็น เหมือนที่ฉันเคยเข้าใจคริสเตียนผิดไป (จริงๆแล้ว คริสเตียนก็เหมือนชาวพุทธที่มีทั้งคนดีและคนไม่ดี บางคนก็เรียกตัวเองว่าคริสเตียน แต่จริงๆไม่ใช่ก็มี)

2 Comments:
10/10
Do not let your hearts be troubled. Trust in God; trust also in me.
John 14:1
Post a Comment
<< Home